หน้าแรก
นโยบายการให้บริการ
  1. มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริตต่อลูกค้าทุกๆคน
  2. เก็บความลับของลูกค้าอย่างดีที่สุด
  3. เน้นผลงานและการให้บริการอย่างดีที่สุด ในราคาที่ยุติธรรม
  4. ช่วยเหลือลูกค้าเวลามีปัญหาทุกๆ เรื่อง ไม่มีการทอดทิ้งลูกค้าอย่างเด็ดขาด
  5. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
หน้าแรก : เกี่ยวกับเรา : สินค้าและบริการ : ปฏิทินเตือนความจำ : ข่าวสาร : สาระน่ารู้ : ลูกค้าของเรา : ติดต่อเรา    
แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับ 1 ก.ค.2551 : บริการรับทำบัญชี, รับทำบัญชี,ทำับัญชี,ที่ปรึกษากฏหมาย, ทนายความ, รับแก้ไขบัญชี, แก้ไขบัญชี, ดูแลบัญชี, แก้บัญชี, รับปรึกษาทางกฏหมาย

แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับ 1 ก.ค.2551

การแก้ไข ป.พ.พ.  ว่าด้วย หุ้นส่วนบริษัท เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการจัดตั้งธุรกิจ  และความน่าเชื่อถือในการติดต่อธุรกิจการค้า

-----------------

 

                                ตามที่ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551  เป็นต้นไป สาระสำคัญของการแก้ไขเป็นเรื่องที่   ผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนช่วยส่งเสริมการจัดตั้งธุรกิจ และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการติดต่อทำธุรกิจการค้า

สรุปประเด็นสำคัญ  มีดังต่อไปนี้

1.  มาตรการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแก่ธุรกิจ

1.1           ลดจำนวนผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจาก 7 คน เหลือเพียง 3 คน  และสามารถจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทภายในวันเดียวกัน (จากเดิมที่ต้องแยกการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิก่อนแล้วจึงออกหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท โดยต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หลังการประชุม แล้วจึงมาขอจดทะเบียนตั้งบริษัทได้)

1.2           สามารถแปรสภาพห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นบริษัทจำกัด  โดยใช้ชื่อเดิมได้(จากเดิมหากต้องการเปลี่ยนเป็นบริษัทจะต้องจดทะเบียนเลิกห้างแล้วจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ และไม่สามารถใช้ชื่อเดิมของห้างเพื่อการจัดตั้งบริษัทได้)

1.3           การประชุมใหญ่เพื่อให้เป็นมติพิเศษตามกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องประชุมสองครั้ง แก้ไขให้ประชุมเพียงครั้งเดียว

1.4           ลดการประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ ในกรณีต้องการลดทุนและควบบริษัท   จากเดิมต้องลง 7 ครั้ง เหลือเพียงครั้งเดียว และลดระยะเวลาการคัดค้านของเจ้าหนี้ลงด้วย  นอกจากนั้นยังลดการประกาศโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ในเรื่องอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้จากเดิมสองครั้งเหลือเพียงครั้งเดียวทั้งหมด

1.5             ยกเลิกการส่งหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ต่อนายทะเบียน 

                                2.  มาตรการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการลงทุนและติดต่อธุรกิจการค้า

2.1           บริษัทจำกัดที่จัดตั้งแล้วหากมีการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่จะต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับด้วย เพื่อเป็นมาตรการรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้น  (ทั้งนี้เดิมกำหนดให้เรียกประชุมโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้) 

2.2   กำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจขีดชื่อห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ออกจากทะเบียนเป็นห้างร้างได้  (จากเดิมดำเนินการได้เฉพาะบริษัทจำกัดเท่านั้น)

2.3           กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนสิ้นสภาพนิติบุคคล และไม่สามารถตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระสะสางทรัพย์สินหนี้สินของตนอีกต่อไป  แต่อาจร้องขอต่อศาลเพื่อสั่งให้นายทะเบียนจดชื่อคืนสู่ทะเบียนได้  ทั้งนี้ต้องร้องขอภายในสิบปีนับแต่วันถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน

เนื่องจากการแก้ไขประเด็นกฎหมายดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิทธิ  หน้าที่  และความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจและนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท บุคคลที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องทราบและดำเนินการให้ถูกต้อง  มิฉะนั้นอาจมีผลให้การยื่นขอจดทะเบียนในกรณีต่าง ๆ มีปัญหา

การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าวข้างต้น เป็นการเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติที่ใช้มานานตั้งแต่ พ.ศ. 2472 หรือประมาณ 79 ปี    อันจะเป็นผลทำให้การจัดตั้งและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมีความสะดวกคล่องตัวและมีข้อมูลทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือในการติดต่อค้าขายต่อไป   จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ รวมทั้งการอบรมสัมนาผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องและนายทะเบียน  โดยขอให้ดำเนินการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้

 

เปรียบเทียบเรื่องการประชุม

 

 

การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติทั่วไป

 

เดิม

ใหม่

1. ประกาศหนังสือพิมพ์ท้องที่ฉบับหนึ่ง อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ

1. ประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และ

2. ส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนทางไปรษณีย์ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

2. ส่งไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

 

 

การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติพิเศษ

 

เดิม

ใหม่

1. ประกาศหนังสือพิมพ์ท้องที่ฉบับหนึ่ง อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ

1. ประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และ

2. ส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนทางไปรษณีย์ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

2. ส่งไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน

3. ต้องประชุม 2 ครั้ง

3. ประชุมเพียง 1 ครั้ง

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชม 10060 ครั้ง | ตั้งแต่วันที่ 2008-06-04 20:30:26

ข่าวสาร
- ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องขยายเวลายื่นงบการเงิน ปี2552 (ฉบับที่ 2)
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2553
- ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบชุมนุม
- ขยายระยะเวลาการยื่นงบการเงิน ประจำปี ๒๕๕๒
- รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2552
- เงินสมทบประกันสังคม ลดเหลือ 3%
- ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ และภาษีธุรกิจเฉพาะ (29 มี.ค.2552 ถึง 28 มี.ค.2553
- การคำนวณภาษี ภ.ง.ด.51 รอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 ของกิจการ SMEs
- แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับ 1 ก.ค.2551
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาษีและค่าธรรมเนียมโอน
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
- สภาวิชาชีพบัญชี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต
- หลักเกณฑ์ในการยื่นงบการเงิน
- ตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
- ข้อมูลผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล
- ค้นหาเลขทะเบียน เก่า-ใหม่
- ข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- แจ้ง เพิ่ม ลด งานทำบัญชี
- แจ้ง เพิ่ม ลด งานสอบบัญชี
- บริการจดทะเบียนออนไลน์
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล
- ตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ

  หน้าแรก : เกี่ยวกับเรา : ข่าวสาร : สาระน่ารู้ : ค่าบริการ : ลูกค้าของเรา : ติดต่อเรา
<< กลับคืน : ขึ้นไปด้านบน
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยสำนักงานวิสุทธิ์การบัญชีและทนายความ
สร้างเว็บไซต์โดย SiamWebCity.COM